สถานการณ์ปัจจุบัน

แชร์หน้านี้
'สเตียรอยด์' ลดสิว-ผิวขาว ระวังผลลัพธ์ร้ายกว่าที่คิด!

'สเตียรอยด์' ลดสิว-ผิวขาว ระวังผลลัพธ์ร้ายกว่าที่คิด!


ผู้บริโภคไม่รู้เลยว่าครีมที่ใช้มีส่วนผสม “สเตียรอยด์” โดยเฉพาะครีมทาผิวขาวที่โฆษณาผ่านอินเตอร์เน็ต กระปุกละ 100 บาทก็เห็นผลแล้ว แต่ความจริง คือใช้เลเซอร์แพงๆ ยังไม่ทำให้ผิวขาวได้ขนาดนั้นเลย ถือว่าน่ากลัวมาก
อาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559 เวลา 09.30 น.


“สิวหาย ผิวขาวใสเด้ง เงาเหมือนกระจก” เป็นคำโฆษณาที่เรามักเห็นและได้ยินบ่อยๆ จากการรีวิวครีมทาผิวหน้าและตัวของแม่ค้าในอินเตอร์เน็ต หลายคนหลงเชื่อซื้อมาทดลองใช้ แน่นอนว่ามันช่วยได้จริง แต่เราเคยทราบกันหรือไม่ว่าสารอะไรที่มีสรรพคุณดีเกินร้อยขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่ “สเตียรอยด์”…!!

โดย แพทย์หญิงวารีรัตน์ โขมศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงามประจำนีโอ เลเซอร์คลีนิก ให้ความรู้ว่า ความจริงแล้ว “สเตียรอยด์” (Steroid) เป็น “ฮอร์โมน” ที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ ผลิตโดยต่อมหมวกไต ช่วยให้เราคลายเครียด ต้านและลดการอักเสบของผิวและร่างกาย ทำให้รู้สึดสดชื่น เป็นสารที่ดีในปริมาณที่เหมาะสมที่ร่างกายผลิตได้เอง

ในเมื่อ “สเตียรอยด์” มีคุณสมบัติดีแบบนี้ จึงมีผู้คิดค้นผลิตสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อการรักษา เพราะสามารถช่วยในเรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะ มีคุณสมบัติช่วยกดภูมิคุ้มกันได้ จึงเกิดการผลิตยาขึ้นมาให้โดสสูงเพื่อใช้รักษาโรค แต่การใช้ “สเตียรอยด์” ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เพราะเป็นสารที่มีผลข้างเคียง

 

ปัจจุบันมีการนำ “สเตียรอยด์” มากิน ฉีด ผสมในครีมทาผิว และใช้กันอย่างกว้างขวางนั้น ถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด เพราะบุคคลธรรมดาไม่สิทธิ์ในการสร้าง ผลิต หรือใช้ “สเตียรอยด์” โดยที่ไม่มีใบสั่งแพทย์ สำหรับโรงงานในไทยสามารถผลิตได้ ซึ่งต้องผ่านอย. และเป็นโรงงานผลิตยาโดยเฉพาะ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ มีโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานลักลอบผลิต “สเตียรอยด์” และนำมาผสมในครีมทาหน้าขาว ผิวขาว และรักษาสิวจำหน่ายให้ผู้บริโภค

ที่น่าเห็นใจ คือ ผู้บริโภคไม่สามารถทราบได้เลยว่าครีมที่ใช้มีส่วนผสมของ “สเตียรอยด์” โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมซื้อครีมทาผิวขาวทางอินเตอร์เน็ต เพราะมีการโฆษณา มีการรีวิวให้ดูว่าใช้แล้วผิวขาวใสเด้งเป็นกระจก ทาแค่ 2-3 ครั้งก็ขาวแล้ว

ความจริงแล้วหมออยากจะบอกว่าขนาดใช้เครื่องเลเซอร์ ราคาแพงๆ ยังไม่ทำให้ผิวขาวได้ขนาดนั้นเลย ฉะนั้นจึงมีการนำ “สเตียรอยด์” มาใช้เพราะว่าราคาถูกกว่าแค่กระปุกละ 100 บาท ก็เห็นผลแล้ว เนื่องจากต้นทุนถูกมาก เราจึงนำมาใช้กันแบบผิดวิธี เช่น ผสมในครีมทาหน้าขาว-ผิวขาว และแต้มสิวยุบ

เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ จะมีผลข้างเคียง คือ ทำให้ผิวบาง พอโดนแดด ไฟ ความร้อนก็เป็นผื่นขึ้นได้ง่าย แพ้ง่ายขึ้น คราวนี้ก็ต้องใช้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าใช้กับคนเป็นภูมิแพ้เมื่อใช้แล้วหายต้องหยุดใช้ทันที เพราะการเกิดผื่นแพ้ไม่มีสาเหตุ จึงใช้ในโรคที่รักษาแบบธรรมดาแล้วไม่หาย ซึ่งการเกิดผื่นแพ้นิดหน่อย แล้วร่างกายไม่เครียด นอนพักผ่อนเพียงพอก็หายเอง เพราะร่างกายเราผลิต “สเตียรอยด์” รักษาตัวเองได้

 

ดังนั้น “สเตียรอยด์” จึงเหมือนดาบ 2 คม ถ้าใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมโดยแพทย์ที่มีจรรยาบรรณ เพราะมีคุณสมบัติช่วยเป็นยาแก้แพ้ ลดการอักเสบของผิวได้ดี เช่น หากใครมีผื่นให้ทาซัก 2-3 ครั้ง พอผื่นหายก็ต้องหยุด แต่บางคนทาไปแล้วรู้สึกว่าผิวขาวขึ้น จึงอยากทาต่อ ผิวจึงดูสีซีดๆ และมีผลข้างเคียงอีกอย่างที่หลายคนยังไม่รู้...!!

ได้แก่ การกินหรือฉีดหรือทาในปริมาณมากๆ ไปนานๆ ติดต่อกันทำให้ผิวบางและเกิดเป็นรอยแตกลายได้ เพราะมันจะไปลดการสร้างคลอลาเจน ซึ่งเวลาผิวแตกช่วงแรกๆ จะเป็นสีม่วงเข้ม เพราะชั้นใต้ผิวมีเส้นเลือดเยอะ เส้นเลือดจะยุบลงไปด้วย จึงเห็นเป็นรอยแตกลายแดงๆ ม่วงๆ และจะค่อยๆ จางลงเป็นสีขาว

ผิวแตกลายหากใครเป็นแล้วไม่มีทางรักษาหาย ไม่ว่าจะทำเลเซอร์อย่างไรก็ได้แค่จางลง ฉะนั้นต้องระวังมากๆ ถึงแม้จะหยุด “สเตียรอยด์” แล้วก็ไม่หาย นอกจากผิวจะแตกลายแล้วยังมีผลข้างเคียงทั่วทั้งร่างกาย คือ ทำให้กระเพาะอักเสบ เพราะทำผนังของกระเพาะบางลง ส่งผลทำให้นอนไม่หลับร่างกายเป็น “คุชชิ่งซินโดรม” คือ อาการหน้าบวม มีผิวแดง แตกลาย

ถามว่าควรใช้ “สเตียรอยด์” ติดต่อกันนานแค่ไหนจึงจะปลอดภัย คือไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 1 อาทิตย์ นอกจากคนที่เป็นโรค เช่น รูมาตอยด์ กินยาแก้อักเสบไม่หาย หรือคนที่เป็นโรคเอสแอลอี แต่ต้องควบคุมโดยแพทย์ ไม่ใช่นั้นถ้าให้โดสสูงๆ นานๆ ก็มีอันตรายทำให้ไตพังได้!!

 

ดังนั้นอย่าหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง และซื้อครีมทาผิวในแหล่งที่น่าเชื่อถือ หรือถ้าใครเป็นสิว มีผื่นหรือสิวขึ้นนิดหน่อยก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าเครียด อย่านอนดึก จะหายเอง แต่ถ้าเกินที่จะรับได้ ลองพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรึกษาจะดีกว่า...

เพราะผลลัพธ์ “สเตียรอยด์” ร้ายกาจกว่าที่คิด!!

…......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”... อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/article/524240