บทความ

แชร์หน้านี้
อัลไซเมอร์...โรคที่ไม่ควรมองข้าม

 กระทรวงสาธารณสุขพบความชุกผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณร้อยละ 3-5 โดยความชุกจะพบมากขึ้นตามอายุ ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 85 ปี อาจพบสูงถึงร้อยละ 30   ซึ่งในปีพ.ศ.2558 พบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 600,000 คน คาดว่าในปี พ.ศ.2573 จำนวนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.1 ล้านคน

          โรคอัลไซเมอร์ เป็นหนึ่งในโรคสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการสำคัญ คือ ความจำเสื่อม หลงลืม มีพฤติกรรมและนิสัยเปลี่ยนไป อาการจะดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่ค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และเสียชีวิตในที่สุด ไม่มีวิธีป้องกันหรือวิธีรักษาให้หายได้

          ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณร้อยละ 7 มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม และสามารถถ่ายทอดสู่ลูกหลานได้ ผู้ที่มีความผิดปกติบนโครโมโซมคู่ที่ 21,14,1 และ 19  จะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ที่อายุน้อยกว่าคนที่ไม่ได้มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ยังพบว่าผู้ป่วยโรคกลุ่มอาการดาวน์ (Down’s syndrome) ซึ่งมีสารพันธุกรรมของโครโมโซมแท่งที่ 21 เกินมา หากมีชีวิตอยู่เกิน 40 ปี จะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ในที่สุด ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่พบปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์คืออายุที่มากขึ้น ประวัติครอบครัว เคยประสบอุบัติเหตุที่สมองหรือสมองได้รับการบาดเจ็บ เป็นโรคอ้วน เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง

          อาการของโรคอัลไซเมอร์จะค่อยเป็นค่อยไป และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด แบ่งอาการเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

          ระยะก่อนสมองเสื่อม ผู้ป่วยจะมีความบกพร่องทางการเรียนรู้เล็กน้อย มีปัญหาในการจดจำข้อมูลที่เพิ่งเรียนรู้มาไม่นานหรือไม่สามารถรับข้อมูลใหม่ๆได้ แต่โดยทั่วไปยังสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ ยังตัดสินใจทำในสิ่งต่างๆได้ ยกเว้นเรื่องที่สลับซับซ้อน

          สมองเสื่อมระยะแรก ผู้ป่วยจะมีการสูญเสียความจำในระยะสั้น ความจำใหม่ หรือความจำที่เพิ่งเรียนรู้มา เช่น ลืมว่าเก็บกุญแจไว้ที่ไหน ลืมนัด ถามซ้ำ พูดซ้ำ การใช้ชีวิตของผู้ป่วยในระยะนี้จะเริ่มไม่เป็นปกติ เช่น กำลังขับรถจะไปทำธุระบางอย่าง เกิดจำไม่ได้ว่าสถานที่นั้นต้องขับไปทางไหน อาจขับรถกลับบ้านไม่ถูก

          สมองเสื่อมระยะปานกลาง นอกจากสูญเสียความทรงจำในระยะสั้นแล้ว ความจำในระยะยาว และความรู้ทั่วไปก็จะค่อยๆบกพร่องไป ผู้ป่วยจะจำชื่อและหน้าตาของเพื่อนๆไม่ได้ และก็อาจจะจำคนในครอบครัวไม่ได้ หรือแม้กระทั่งคู่ชีวิตของตนเอง การพูดและการใช้ภาษาจะบกพร่องชัดเจน

          สมองเสื่อมระยะสุดท้าย ความทรงจำในระยะสั้น ความทรงจำในระยะยาว ความรู้ทั่วไป และกระทั่งความจำที่เป็นความจำโดยปริยาย เช่น การใช้ช้อน/ส้อมรับประทานอาหาร การใช้ภาษาของผู้ป่วยลดลง    อย่างมาก อาจพูดได้คำเดี่ยวๆจนไม่สามารถพูดได้เลย ต้องอาศัยพึ่งพาผู้ดูแลตลอดเวลา ถ้าไม่มีผู้ดูแลผู้ป่วยก็จะได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงตลอดเวลา และไม่สามารถควบคุมการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะได้ บางคนอาจมีอาการชัก กลืนลำบาก สุดท้ายผู้ป่วยจะเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น เกิดแผลกดทับและติดเชื้อตามมา เกิดปอดบวมติดเชื้อ ร่างกายขาดสารน้ำ ระบบเกลือแร่ขาดสมดุล เป็นต้น โดยไม่ได้เสียชีวิตจากตัวโรคโดยตรง

          การป้องกันตนเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งศ.พญ.นันทิกา ทวิชาชาติ ภาควิชา  จิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แนะนำการออกกำลังกายสมอง ที่นิยมมากในต่างประเทศ เรียกว่านิวโรบิก เอกเซอร์ไซ เป็นการฝึกสมองที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ประสาททั้ง 5 ได้แก่  การมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การได้กลิ่น และการลิ้มรส ส่วนที่ 6 คืออารมณ์ ด้วยการฝึกกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ เช่น การเรียนรู้ด้วยคอมพิวเตอร์ เล่นดนตรีไทย วาดรูป ทำสวน การใช้งาน LINE คุยกับลูกหลาน หรือโปรแกรมแอพพลิเคชั่นต่างๆ การฝึกเขียนหนังสือข้างที่ไม่ถนัด การใช้มือคลำทดแทนการมองเห็น เป็นต้น และควรออกกำลังกาย เช่น การเดินเร็ว การบริหารร่างกาย เป็นต้น การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารสีรุ้ง ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีสีต่าง ๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายและสมอง เช่น  สีม่วง คราม น้ำเงิน จากองุ่น หอมแดง บลูเบอร์รี่ เป็นต้น สีเขียวจากผักใบเขียวต่าง ๆ แอปเปิ้ลเขียว กีวี  องุ่นเขียว เป็นต้น สีเหลือง จากผลไม้ประเภทมะม่วงสุก ส้ม  สีแสดและแดง จากแครอท แตงโม พริกแดง มะเขือเทศ แอปเปิ้ลแดง เป็นต้น ลดอาหารหวาน มัน เค็ม ควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิต   เพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์  ดูแลสุขภาพจิตไม่ให้เครียด ไม่ซึมเศร้า รู้จักจัดการความเครียดให้หมดไป มีกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง

          หากเราดูแลสุขภาพของตนเองด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานผักผลไม้หลากหลายสี หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จัดการความเครียดของตนเอง เพียงเท่านี้ก็จะห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ รวมถึงห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บอื่น ๆ อย่างแน่นอน

* นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ กองสุขศึกษา (สุภาวิณี  แสงเรือน)*

เอกสารอ้างอิง

แพทย์หญิงสลิล ศิริอุดมภาส. อัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://haamor.com/th/อัลไซเมอร์/#article105. (วันที่ค้นข้อมูล :  1 ตุลาคม 2559).

ผู้จัดการ online. ไทยป่วยอัลไซเมอร์กว่า 6 แสนคน คาดป่วยเพิ่มทะลุล้านในปี 73. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9590000095150. (วันที่ค้นข้อมูล :  1 ตุลาคม 2559).

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. ออกกำลังกายสมองป้องกันอัลไซเมอร์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thaihealth.or.th/Content/29168-ออกกำลังสมอง%20ป้องกัน%20'อัลไซเมอร์'.html. (วันที่ค้นข้อมูล : 1 ตุลาคม 2559).


เผยแพร่ วันที่ 28 มีนาคม 2560 เจ้าของบทความ สุภาวิณี แสงเรือน* | เข้าชม 98 ครั้ง