บทความ

แชร์หน้านี้
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย...ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่

 โรคไข้หวัดใหญ่มักพบผู้ป่วยจำนวนมากในฤดูหนาว ที่ผ่านมาประเทศไทยมีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก และกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว จากรายงานโรคในระบบเฝ้าระวัง 506 ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2559 ถึงวันที่ 17 ตุลาคม 2559 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สูงถึง 123,564 ราย อัตราป่วย 188.86 ต่อแสนประชากร เสียชีวิต 22 ราย อัตราตาย 0.03 ต่อแสนประชากร จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรก คือ กรุงเทพมหานคร อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ พะเยา และระยอง 

          ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ชนิดเอ บี และซี พบมากที่สุดคือไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (H1N1) (H3N2) รองลงมา ได้แก่ ชนิดบีและซี การติดต่อของโรคไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ติดต่อไปยังคนอื่นๆ ได้ง่าย เช่น การไอ จามรดกัน การหายใจเอาฝอยละอองเข้าไป หากอยู่ใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1 เมตรก็อาจได้รับเชื้อไวรัสได้ บางรายได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น แก้วน้ำ ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ตา ปาก อาการมักจะเกิดขึ้นทันทีทันใดด้วยอาการไข้สูง ตัวร้อน หนาว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะที่หลัง ต้นแขน ต้นขา ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ ในเด็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงได้มากกว่าผู้ใหญ่ 

          หลายคนคงสงสัยว่าไข้หวัดใหญ่แต่ละสายพันธ์ต่างกันอย่างไร ชนิดไหนรุนแรงกว่ากัน ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์บี ไม่ค่อยทำให้เกิดความรุนแรง ส่วนมากจะระบาดในช่วงฤดูหนาว ไข้หวัดชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในอากาศเย็น พบมากที่สุดระหว่างเดือนธันวาคมและมกราคม และในฤดูฝนคือช่วงเดือนสิงหาคม ทุกคนสามารถป่วยเป็นไข้หวัดสายพันธุ์บีได้ แต่กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังคือคนที่ป่วยเป็นโรคปอด โรคหัวใจ และเด็กเล็กๆ อายุน้อยกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ถ้าเกิดกับกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มีโอกาสรุนแรงกว่าปกติ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ จะมีอาการรุนแรงมากกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี เพราะจะแพร่ระบาดและควบคุมได้ยากกว่าชนิดบี 

          การป้องกันไม่ให้เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ นม ไข่ กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และใช้ช้อนกลาง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการตากลม ตากฝน ไม่อาบน้ำเย็น ในตอนกลางคืนควรอบอุ่นร่างกายนอนห่มผ้าหนาๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ ในกรณีที่มือไม่เปรอะเปื้อน

          สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ควรสวมหน้ากากอนามัยเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบุคคลอื่นอยู่ร่วมห้อง ใช้กระดาษทิชชูปิดปาก จมูก เวลามีอาการจามหรือไอ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับบุคคลในครอบครัว ไม่ควรไปในที่ชุมชน หากมีอาการไข้สูง ไอมาก เจ็บหน้าอก เหนื่อย อ่อนเพลีย รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน อุจจาระมาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที 

*นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ กองสุขศึกษา (สุภาวิณี แสงเรือน)*

เอกสารอ้างอิง 

สำนักระบาดวิทยา. รายงานโรคในระบบเฝ้าระวัง 506 Influenza. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.boe.moph.go.th/boedb/surdata/506wk/y59/d15_4159.pdf. (วันที่ค้นข้อมูล : 31 ตุลาคม 2559).

สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่. โรคไข้หวัดใหญ่. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://beid.ddc.moph.go.th/beid_2014/th/diseases/253.(วันที่ค้นข้อมูล : 31 ตุลาคม 2559).


เผยแพร่ วันที่ 20 มีนาคม 2560 เจ้าของบทความ สุภาวิณี แสงเรือน | เข้าชม 49 ครั้ง